บทความ

ความรู้การเงิน อ่านง่าย ใช้ได้จริง

ค่าห้องโรงพยาบาล เงินเฟ้อค่ารักษา Co-payment ภาษี มรดก และโพยกองทุนลดหย่อนภาษี 2569

หนังสือและกาแฟบนโต๊ะทำงาน
อ่านง่าย ใช้ได้จริง
โพยกองทุนลดหย่อน HOTประกันสุขภาพภาษีและมรดก
บทความประกันสุขภาพ

รู้ทันค่ารักษา และเงื่อนไขใหม่ของประกันสุขภาพ

4 เรื่องที่คนมีประกันสุขภาพควรรู้ ก่อนซื้อ ต่ออายุ หรือเตรียมเคลม

01

ค่าห้องโรงพยาบาล 3 ระดับ ควรเลือกประกันสุขภาพแบบไหน

เทียบค่าห้องเดี่ยวต่อคืน รพ.รัฐ เอกชนทั่วไป และเอกชนพรีเมียม ปี 2569

ก่อนเลือกประกันสุขภาพ ให้ถามตัวเองก่อนว่า ถ้าป่วยหนักวันนี้ อยากไปนอนโรงพยาบาลไหน แล้วเลือกวงเงินค่าห้องและวงเงินต่อปีให้พอกับโรงพยาบาลนั้น

ระดับ 1 · รพ.รัฐ ห้องพิเศษ1,500–3,500บาท/คืน ห้องเดี่ยวพิเศษ ห้องรวมราว 400–800 หรือใช้สิทธิ์รักษาฟรี
ค่าห้องประกัน 3,000–4,000 วงเงินต่อปี 1–5 ล้าน
ระดับ 2 · เอกชนทั่วไป2,200–6,000บาท/คืน ห้องเดี่ยวมาตรฐาน เช่น วิภาวดี นวมินทร์ 9 คามิลเลียน ซีจีเอช บางปะกอก 9 ธนบุรี
ค่าห้องประกัน 6,000–8,000 วงเงินต่อปี 5–20 ล้าน
ระดับ 3 · เอกชนพรีเมียม7,000–15,000บาท/คืน ห้องเดี่ยวมาตรฐาน เช่น เกษมราษฎร์ ประชาชื่น นนทเวช นวเวช BNH กรุงเทพ บำรุงราษฎร์
ค่าห้องประกัน 10,000–15,000+ วงเงินต่อปี 30 ล้านขึ้นไป

ค่าห้องเดี่ยวต่อคืน โรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ

โรงพยาบาลห้องเดี่ยวมาตรฐานห้องแพงสุดหมายเหตุ
บำรุงราษฎร์14,70078,300รวมอาหารและค่าบริการ
กรุงเทพ11,300150,000รวมอาหารและค่าบริการ
BNH9,50016,000รวมค่าบริการ ไม่รวมอาหาร
นวเวช8,20012,700รวมอาหารและค่าบริการ
นนทเวช7,86011,960รวมอาหารและค่าบริการ
เกษมราษฎร์ ประชาชื่น7,00011,200รวมอาหารและค่าบริการ
ธนบุรี6,02017,530รวมอาหารและค่าบริการ
บางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล5,90019,500รวมอาหารและค่าบริการ
กรุงเทพคริสเตียน5,9009,000รวมอาหารและค่าบริการ
สมิติเวช สุขุมวิท5,20020,000ไม่รวมอาหารและค่าบริการ ยอดจริงสูงกว่านี้
ซีจีเอช พหลโยธิน5,07011,590รวมอาหารและค่าบริการ
คามิลเลียน4,4005,300รวมอาหารและค่าบริการ
นวมินทร์ 94,2105,710รวมอาหารและค่าบริการ
วิภาวดี2,2006,000–8,000ไม่รวมอาหารและค่าบริการ

ค่าห้องเป็นแค่ส่วนเล็กของบิล

บิลนอนโรงพยาบาลส่วนใหญ่มาจากค่ายา ค่าแพทย์ ค่าผ่าตัด ห้อง ICU และค่าตรวจ จากรีวิวเคลมของทีม A17 การนอนโรงพยาบาลเฉลี่ยครั้งละราว 2.3 แสนบาท และโรคร้ายแรงหลายเคสเกิน 1–2 ล้านบาท จึงควรดูวงเงินต่อปีและการคุ้มครองแบบเหมาจ่ายควบคู่กับค่าห้องเสมอ

ค่าห้องในประกันต้องพอสำหรับห้องเดี่ยวที่รวมค่าอาหารและค่าบริการพยาบาล ถ้าค่าห้องไม่พอ ส่วนต่างต้องจ่ายเอง และอย่าลืมเผื่อค่ารักษาที่ขึ้นทุกปีตามเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาล

ที่มา: รวบรวมจากข้อมูลค่าห้องที่เผยแพร่ช่วง ก.พ.–ก.ย. 2569 ค่าห้องพิเศษ รพ.รัฐเป็นช่วงราคาโดยประมาณ ราคาจริงเปลี่ยนได้ ตรวจสอบกับโรงพยาบาลก่อนเข้ารับการรักษา วงเงินที่แนะนำเป็นแนวทางเบื้องต้นของจูน

02

เงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาล ทำไมวงเงินที่ว่าเยอะวันนี้ อาจไม่พอในอีก 10 ปี

ค่ารักษาในไทยปี 2569 คาดว่าจะเพิ่มราว 10.8% ต่อปี สูงกว่าเงินเฟ้อทั่วไปหลายเท่า

รายงาน Global Medical Trends ของ WTW คาดว่าค่ารักษาพยาบาลในไทยปี 2569 จะเพิ่มขึ้นราว 10.8% สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ราว 10.3% ขณะที่เงินเฟ้อทั่วไปของไทยแทบไม่ขยับ สาเหตุหลักคือเทคโนโลยีการแพทย์และยาใหม่ที่ราคาสูงขึ้น สังคมสูงวัย และโรคเรื้อรังที่พบมากขึ้น

ค่ารักษา 100,000 บาทวันนี้ จะกลายเป็นเท่าไร

ค่ารักษาเพิ่มปีละอีก 10 ปีอีก 20 ปี
5%162,889265,330
8%215,892466,096
10%259,374672,750

ถ้าค่ารักษาเพิ่มปีละ 8% ค่ารักษาจะเพิ่มเป็นเท่าตัวในราว 9 ปี ประกันสุขภาพวงเงิน 1 ล้านที่ดูเยอะวันนี้ อาจเหลือกำลังซื้อเท่ากับราว 4–5 แสนในอีก 10 ปี

รับมืออย่างไรดี

  • เลือกแผนเหมาจ่ายที่วงเงินต่อปีสูงพอสำหรับโรคร้ายแรง ไม่ใช่แค่พอสำหรับวันนี้
  • ทบทวนวงเงินทุก 3–5 ปี หรือเมื่อรายได้และครอบครัวเปลี่ยน
  • ทำตอนยังอายุน้อยและสุขภาพดี เพราะเมื่อมีโรคประจำตัวแล้ว การเพิ่มความคุ้มครองทำได้ยากขึ้น
  • ถ้าเบี้ยสูงเกินไป ลองแผนที่มีค่าใช้จ่ายส่วนแรก (Deductible) หรือใช้สวัสดิการบริษัทช่วยรับส่วนแรก
ข้อมูลในข่าวเดียวกันระบุว่าอัตราการเคลมเทียบเบี้ยของประกันสุขภาพไทยเพิ่มจากราว 67% ในปี 2566 และคาดว่าจะแตะราว 89% ในปี 2569 เบี้ยประกันจึงมีแนวโน้มปรับขึ้นตาม

ที่มา: WTW Global Medical Trends อ้างอิงผ่านฐานเศรษฐกิจและ Nation TV (พ.ค. 2569) ตารางคำนวณแบบทบต้น เป็นตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ

03

Co-payment คืออะไร ใครต้องร่วมจ่าย 30% หรือ 50%

เงื่อนไขร่วมจ่ายในประกันสุขภาพใหม่ ตั้งแต่ 20 มีนาคม 2568 ตามแนวทางของ คปภ. และสมาคมประกันชีวิตไทย

Co-payment คือการที่ผู้เอาประกันร่วมจ่ายค่ารักษาส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือบริษัทประกันจ่าย เงื่อนไขนี้ใช้กับกรมธรรม์ประกันสุขภาพที่เริ่มคุ้มครองตั้งแต่ 20 มีนาคม 2568 และพิจารณาจากการเคลมผู้ป่วยใน (IPD) เท่านั้น เคลมผู้ป่วยนอก (OPD) ไม่นับ

คนส่วนใหญ่ที่เคลมตามปกติจะไม่ติดเงื่อนไขนี้ เงื่อนไขนี้ใช้ตอนต่ออายุ กับคนที่เคลมบ่อยด้วยโรคเล็กน้อย หรือเคลมสูงกว่าเบี้ยมากๆ เท่านั้น

กรณีเงื่อนไขในปีกรมธรรม์ที่ผ่านมาร่วมจ่ายปีถัดไป
1. เคลมโรคทั่วไปเล็กน้อย (Simple Diseases)นอนโรงพยาบาลโดยไม่มีข้อบ่งชี้ ตั้งแต่ 3 ครั้ง และยอดเคลมตั้งแต่ 200% ของเบี้ย30%
2. เคลมการเจ็บป่วยทั่วไปไม่รวมโรคร้ายแรงและการผ่าตัดใหญ่ เคลมตั้งแต่ 3 ครั้ง และยอดเคลมตั้งแต่ 400% ของเบี้ย30%
3. เข้าทั้งกรณี 1 และ 2รวมกันไม่เกิน 50%

ตัวอย่าง

เบี้ยปีละ 20,000 บาท ปีนี้นอนโรงพยาบาลด้วยโรคเล็กน้อย 3 ครั้ง ค่ารักษา 10,000 15,000 และ 20,000 บาท รวม 45,000 บาท เกิน 200% ของเบี้ย (40,000 บาท) ปีต่อไปต้องร่วมจ่าย 30% ของค่ารักษาที่คุ้มครอง

สิ่งที่ควรรู้

  • ไม่นับเคลมโรคร้ายแรง การผ่าตัดใหญ่ และการรักษาที่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
  • พิจารณาใหม่ทุกปี ถ้าปีถัดไปเคลมต่ำกว่าเกณฑ์ เงื่อนไขร่วมจ่ายจะถูกยกเลิกตอนต่ออายุ
  • บริษัทต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วันก่อนถึงกำหนดชำระเบี้ย
  • เมื่อติด Co-payment เบี้ยประกันไม่ได้ลดลงตาม
  • บางแผนมีแบบเลือกร่วมจ่ายตั้งแต่วันแรก เพื่อแลกกับเบี้ยที่ถูกลง เป็นคนละเรื่องกับเงื่อนไขนี้
ป่วยเล็กน้อยที่กินยาพักผ่อนที่บ้านได้ ใช้สิทธิ์ OPD หรือสวัสดิการบริษัทจะดีกว่า เก็บประกันสุขภาพไว้ใช้ตอนป่วยหนักจริง

ที่มา: แนวทางของสำนักงาน คปภ. และสมาคมประกันชีวิตไทย รายละเอียดจริงเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ของแต่ละบริษัท

04

Simple Diseases คืออะไร ป่วยแบบไหนถึงควรนอนโรงพยาบาล

โรคเล็กน้อยที่ต้องระวังเรื่องการแอดมิท และเกณฑ์ผู้ป่วยในที่เคลมได้

Simple Diseases คือโรคทั่วไปที่ไม่รุนแรง ไม่มีภาวะแทรกซ้อน และส่วนใหญ่รักษาด้วยการกินยาและพักผ่อนที่บ้านได้ ถ้านอนโรงพยาบาลด้วยโรคกลุ่มนี้โดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ จะถูกนับรวมในเกณฑ์ Co-payment

ตัวอย่างโรคในกลุ่มนี้

กลุ่มตามแนวทางสมาคมประกันชีวิตไทย
ติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน เช่น ไข้หวัด เจ็บคอ
ไข้หวัดใหญ่
ท้องเสียเฉียบพลัน
เวียนศีรษะ
อาการเล็กน้อยอื่นๆ ที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน ไม่กระทบชีวิตประจำวันระยะยาว และพักฟื้นที่บ้านได้

แต่ละบริษัทอาจกำหนดรายชื่อละเอียดต่างกัน บางบริษัทรวมปวดศีรษะ กล้ามเนื้ออักเสบ ภูมิแพ้ กระเพาะอาหารอักเสบ และกรดไหลย้อนไว้ด้วย ให้ดูจากเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์ของตัวเอง

ผู้ป่วยใน ตามนิยามประกันสุขภาพ

คือผู้ที่จำเป็นต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลติดต่อกันไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง ลงทะเบียนเป็นผู้ป่วยใน และแพทย์รับไว้ตามข้อบ่งชี้ซึ่งเป็นมาตรฐานทางการแพทย์ คำสำคัญคือ ข้อบ่งชี้ ไม่ใช่แค่อยากนอนพัก

มักมีข้อบ่งชี้ให้นอนโรงพยาบาลมักไม่มีข้อบ่งชี้
ขาดน้ำรุนแรง กินดื่มไม่ได้ อาเจียนหรือถ่ายหนักจนอ่อนเพลียมากไข้หวัด ไอ เจ็บคอ ที่กินยาแล้วอาการดีขึ้น
ไข้สูงไม่ลดหลังให้ยา หรือผลเลือดผิดปกติ เช่น เกล็ดเลือดต่ำท้องเสียเล็กน้อยที่ยังกินดื่มได้
หอบเหนื่อย ออกซิเจนในเลือดต่ำ สงสัยปอดอักเสบขอนอนเพื่อพักผ่อน หรือเพื่อให้เบิกประกันได้
ความดันต่ำ ชีพจรเร็ว ซึม หรือเวียนศีรษะจนเดินไม่ได้ตรวจเช็กสุขภาพ หรือรอผลตรวจที่ทำแบบผู้ป่วยนอกได้
ตารางนี้เป็นตัวอย่างทั่วไปเพื่อให้เข้าใจหลักคิด การตัดสินใจรับไว้รักษาเป็นของแพทย์เสมอ ถ้าแพทย์ให้นอนเพราะมีข้อบ่งชี้ ควรขอให้บันทึกอาการและผลตรวจในเวชระเบียนให้ครบ จะช่วยให้การพิจารณาเคลมราบรื่น

ที่มา: แนวทางของสำนักงาน คปภ. และสมาคมประกันชีวิตไทย

บทความภาษีและมรดก ปี 2569

ใกล้สิ้นปี ถึงเวลาวางแผนภาษี

สิทธิ์ลดหย่อนส่วนใหญ่ต้องจ่ายหรือซื้อภายใน 31 ธันวาคม 2569 จึงจะใช้ลดภาษีของปีนี้ได้

ซื้อประกันและกองทุนลดหย่อนภายใน31 ธ.ค. 2569ยื่นภาษีปี 2569 ภายใน 31 มี.ค. 2570
คำนวณภาษีปี 2569 แบบละเอียด
โพยกองทุนลดหย่อนภาษี 2569 มาแรงช่วงนี้

กองทุน RMF และ ThaiESG แนะนำ จาก 4 สไตล์การลงทุน

ดูโพยเต็มที่ Finnomena ↗
The Pioneerสายล่าอนาคต เน้นหุ้นธีมเติบโต
  • K-GTECHRMFหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกเสี่ยง 7
  • TAIRMF-Aหุ้น AI และ Big Dataเสี่ยง 6
  • SCBRMGHCหุ้น Health Careเสี่ยง 7
  • K-GIFRMFหุ้นโครงสร้างพื้นฐานโลกเสี่ยง 6
  • MRENEWRMFหุ้นพลังงานสะอาดเสี่ยง 7
The Explorerตัวรุก กระจายหลายภูมิภาค
  • KKP GNP RMF-UHหุ้นทั่วโลก Multi-Managerเสี่ยง 6
  • KF-US-PLUSRMFหุ้นอเมริกาเสี่ยง 6
  • SCBRMMLCAหุ้นจีน All Chinaเสี่ยง 6
  • B-ASIARMFหุ้นเอเชียเสี่ยง 6
  • PRINCIPAL VNEQRMFหุ้นเวียดนามเสี่ยง 6
The Balancerสายสมดุล คุมความผันผวน
  • ES-GAINCOMERMFกองผสมทั่วโลก เน้นกระแสเงินสดเสี่ยง 5
  • TGSMARTRMF-Aกองผสมทั่วโลก จำกัดขาลงเสี่ยง 5
  • KTAG70/30-ThaiESGหุ้นไทยยั่งยืน 70 ตราสารหนี้ 30เสี่ยง 5
The Defenderสายมั่นคง รับมือทุกสภาวะ
  • K-GDBONDRMFตราสารหนี้โลกเสี่ยง 5
  • KKP INRMFตราสารหนี้ไทยเสี่ยง 4
  • BGOLDRMFทองคำเสี่ยง 8
  • K-ESGBF-ThaiESGตราสารหนี้ไทยยั่งยืนเสี่ยง 4

ที่มา: Finnomena Tax Tactic 2026 (ก.ย. 2569) สรุปเพื่อให้เห็นภาพรวม ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ไม่แน่ใจว่าสไตล์ไหนเหมาะกับคุณ ทักจูนให้ช่วยประเมินความเสี่ยงได้

01

เช็กลิสต์ลดหย่อนภาษีปี 2569 มีอะไรบ้าง

สิทธิ์หลักที่คนทำงานใช้บ่อย พร้อมเพดานของแต่ละรายการ

ภาษีปี 2569 คิดจากรายได้ระหว่าง 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2569 ค่าลดหย่อนที่นับได้ต้องเกิดขึ้นในช่วงเดียวกัน

รายการลดหย่อนได้สูงสุดเงื่อนไขสำคัญ
ส่วนตัว60,000ได้ทุกคนอัตโนมัติ
คู่สมรสไม่มีรายได้60,000คู่สมรสต้องไม่มีรายได้ทั้งปี
บุตร30,000 / คนคนที่ 2 ขึ้นไปที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 ได้คนละ 60,000
เลี้ยงดูพ่อแม่30,000 / คนอายุ 60 ปีขึ้นไป รายได้ไม่เกิน 30,000 ต่อปี สูงสุด 4 คน
ประกันสังคมตามที่จ่ายจริงปี 2569 จ่ายสูงสุดราว 10,500
ประกันชีวิต100,000สัญญา 10 ปีขึ้นไป รวมกับประกันสุขภาพไม่เกิน 100,000
ประกันสุขภาพตัวเอง25,000นับรวมในเพดาน 100,000 ของประกันชีวิต
ประกันสุขภาพพ่อแม่15,000แยกจากเพดานประกันชีวิต
ประกันบำนาญ15% ของรายได้ ไม่เกิน 200,000รวมกลุ่มเกษียณไม่เกิน 500,000
RMF / กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ30% / 15% ของรายได้รวมกลุ่มเกษียณไม่เกิน 500,000
ThaiESG30% ของรายได้ ไม่เกิน 300,000ถือ 5 ปี แยกจากกลุ่มเกษียณ
ดอกเบี้ยบ้าน100,000ตามที่จ่ายจริง
บริจาคการศึกษา กีฬา โรงพยาบาลรัฐ2 เท่าของที่จ่ายไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักลดหย่อน
ข้อควรรู้ปีนี้: SSF ไม่มีสิทธิ์ลดหย่อนแล้วในปี 2569 และโครงการช้อปดีมีคืนรอบต้นปี 2569 ไม่ได้จัด หากมีมาตรการใหม่ช่วงปลายปี จูนจะอัปเดตที่หน้านี้
02

ซื้อประกันแล้วลดภาษีได้เท่าไร ดูจากตัวอย่างจริง

เงินเดือน 50,000 บาท วางแผนแล้วภาษีลดลงเกือบ 19,000 บาท

สมมติมีเงินเดือนเดือนละ 50,000 บาท (ปีละ 600,000) มีประกันสังคม และยังไม่ได้ใช้สิทธิ์อื่น

ไม่วางแผนวางแผน
ประกันชีวิต + สุขภาพ0100,000
ประกันบำนาญ (15%)090,000
ThaiESG (10%)060,000
ภาษีที่ต้องจ่าย20,4501,475

เงินที่ใส่ไปไม่ได้หายไปไหน ส่วนหนึ่งเป็นความคุ้มครองตอนป่วย อีกส่วนกลายเป็นเงินเกษียณและเงินลงทุน

เลือกแบบไหนก่อนดี

ถ้ายังไม่มีประกันสุขภาพ ให้เริ่มจากประกันสุขภาพ เพราะได้ทั้งความคุ้มครองและลดหย่อน ถ้ามีแล้ว ประกันบำนาญเหมาะกับคนที่อยากได้เงินใช้หลังเกษียณแบบแน่นอน ส่วน ThaiESG และ RMF เหมาะกับคนที่รับความผันผวนของการลงทุนได้

03

ฐานภาษีคืออะไร ทำไมรายได้เพิ่มนิดเดียว ภาษีกระโดด

เข้าใจขั้นบันไดภาษี แล้วจะรู้ว่าลดหย่อนตัวไหนคุ้ม

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคิดแบบขั้นบันได เงินได้สุทธิแต่ละช่วงเสียภาษีในอัตราของช่วงนั้น อัตราของขั้นสูงสุดที่เราไปถึงเรียกว่าฐานภาษี

เงินได้สุทธิ (บาท)อัตรา
0 – 150,000ยกเว้น
150,001 – 300,0005%
300,001 – 500,00010%
500,001 – 750,00015%
750,001 – 1,000,00020%
1,000,001 – 2,000,00025%
2,000,001 – 5,000,00030%
เกิน 5,000,00035%

ค่าลดหย่อนทุก 1 บาท ช่วยประหยัดภาษีเท่ากับฐานภาษีของเรา คนฐาน 20% ลดหย่อนเพิ่ม 100,000 บาท ประหยัดภาษีได้ราว 20,000 บาท ยิ่งฐานสูง การวางแผนยิ่งคุ้ม

04

ยื่นภาษีปี 2569 เมื่อไร เตรียมเอกสารอะไรบ้าง

เตรียมไว้ตั้งแต่ตอนนี้ ต้นปีหน้ายื่นได้ในไม่กี่นาที

ยื่นภาษีของปี 2569 ได้ตั้งแต่ต้นมกราคม ถึง 31 มีนาคม 2570 ถ้ายื่นออนไลน์ กรมสรรพากรมักขยายเวลาให้อีกราว 1 สัปดาห์ ให้เช็กประกาศที่ rd.go.th อีกครั้ง

เอกสารที่ควรเก็บไว้

  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) จากที่ทำงาน
  • หนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันชีวิต สุขภาพ และบำนาญ
  • หนังสือรับรองการซื้อกองทุน RMF และ ThaiESG
  • หนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้บ้านจากธนาคาร
  • ใบอนุโมทนาบัตร หรือเช็กว่าการบริจาคเข้าระบบ e-Donation แล้ว
เบี้ยประกันที่จะใช้ลดหย่อน ต้องแจ้งบริษัทประกันให้ส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร ถ้ายังไม่เคยแจ้ง ทักจูนให้ช่วยดูได้
05

ภาษีมรดกคืออะไร ใครต้องจ่าย และทำไมประกันชีวิตช่วยได้

มรดกเกิน 100 ล้านต่อคน ต้องจ่ายภาษีเป็นเงินสดภายใน 150 วัน

ภาษีมรดกเป็นภาษีที่ผู้รับมรดกต้องจ่าย ไม่ใช่ผู้เสียชีวิต คิดแยกตามมูลค่ามรดกที่แต่ละคนได้รับ ถ้าใครได้รับเกิน 100 ล้านบาท ต้องเสียภาษีเฉพาะส่วนที่เกิน

ผู้รับมรดกอัตราภาษี (ส่วนที่เกิน 100 ล้าน)
คู่สมรสที่จดทะเบียนยกเว้น
พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ลูก หลาน5%
บุคคลอื่น เช่น พี่น้อง เพื่อน10%

ทรัพย์สินที่นับเป็นมรดก

อสังหาริมทรัพย์ หลักทรัพย์ในตลาด เช่น หุ้น กองทุน หุ้นกู้ เงินฝาก รถยนต์ และทรัพย์สินทางการเงินอื่นที่กฎหมายกำหนด คิดจากราคาประเมินหรือราคาตลาด ณ วันที่ได้รับมรดก ไม่ใช่ราคาที่ซื้อมา ผู้รับต้องยื่นแบบ ภ.ม.60 และจ่ายภาษีภายใน 150 วันนับจากวันที่ได้รับมรดก

ตัวอย่าง

พ่อทิ้งที่ดิน คอนโด และหุ้นรวม 300 ล้านบาทให้ลูกคนเดียว ส่วนที่เกิน 100 ล้านคือ 200 ล้าน ลูกต้องจ่ายภาษี 5% เท่ากับ 10 ล้านบาท เป็นเงินสด ภายใน 150 วัน ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมโอนที่ดินราว 0.5% ของราคาประเมิน ถ้าทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นที่ดิน ลูกอาจต้องรีบขายที่ดินในราคาต่ำเพื่อหาเงินมาจ่าย

ทำไมประกันชีวิตช่วยได้

  • ไม่นับเป็นมรดก เงินสินไหมมรณกรรมเกิดขึ้นหลังการเสียชีวิต จ่ายตรงให้ผู้รับประโยชน์ จึงไม่ถูกนำไปรวมคิดภาษีมรดก
  • ได้เงินสดเร็ว ไม่ต้องรอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกหรือแบ่งทรัพย์ ครอบครัวมีเงินจ่ายภาษี ค่าโอน และหนี้สินได้ทันเวลา โดยไม่ต้องขายทรัพย์สินที่ตั้งใจเก็บไว้
  • แบ่งให้ลูกได้เท่าเทียม เช่น ยกธุรกิจหรือที่ดินให้ลูกคนหนึ่ง แล้วระบุลูกอีกคนเป็นผู้รับประโยชน์ในกรมธรรม์ ลดโอกาสพี่น้องขัดแย้งกัน
  • เปลี่ยนเบี้ยก้อนเล็กเป็นเงินก้อนใหญ่ เงินที่ตั้งใจส่งต่อจะเพิ่มขึ้นเป็นทุนประกันทันทีตั้งแต่วันแรกที่คุ้มครอง

เครื่องมืออื่นที่ใช้คู่กัน

  • ทยอยให้ทรัพย์สินตอนยังมีชีวิต ให้บุพการีหรือผู้สืบสันดานไม่เกินปีละ 20 ล้านบาท ให้บุคคลอื่นไม่เกินปีละ 10 ล้านบาท ไม่ต้องเสียภาษีการให้ ส่วนที่เกินเสีย 5%
  • โอนที่ดินให้ลูกแต่จดสิทธิเก็บกินหรือสิทธิอาศัยไว้ ยังอยู่อาศัยหรือเก็บค่าเช่าต่อได้
  • ทำพินัยกรรมให้ชัดเจน และทบทวนเมื่อทรัพย์สินหรือครอบครัวเปลี่ยน
แม้ทรัพย์สินจะยังไม่ถึง 100 ล้าน ครอบครัวก็ยังต้องใช้เงินสดหลังการเสียชีวิต ทั้งค่าใช้จ่ายงานศพ หนี้บ้าน หนี้ธุรกิจ และค่าใช้จ่ายระหว่างรอแบ่งมรดก ประกันชีวิตจึงเป็นเงินสดก้อนแรกที่ถึงมือครอบครัว

ข้อมูลตามพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 และหลักเกณฑ์ภาษีการให้ของกรมสรรพากร เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย การวางแผนจริงควรปรึกษานักกฎหมายหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีร่วมด้วย ตรวจสอบเพิ่มเติมที่ rd.go.th

ข้อมูลภาษีเป็นข้อมูลทั่วไป อัปเดตเดือนตุลาคม 2569 เงื่อนไขจริงเป็นไปตามประกาศกรมสรรพากร